เมื่อได้รับช่อกุหลาบ หลายคนจะยกดอกไม้ขึ้นใกล้หน้าแล้วก้มลงดม เราคุ้นเคยกับความคิดว่ากุหลาบต้องหอม จึงอาจแปลกใจเมื่อดอกที่อยู่ตรงหน้าแทบไม่มีกลิ่น ทั้งที่กลีบยังสดและดอกก็ดูสมบูรณ์ดี
ความหอมของกุหลาบแตกต่างกันตามพันธุ์ บางดอกมีกลิ่นชัด บางดอกต้องดมใกล้ ๆ และบางพันธุ์มีกลิ่นอ่อนจนเราแทบรับรู้ไม่ได้ การไม่มีกลิ่นจึงไม่ได้หมายความว่ากุหลาบดอกนั้นเก่าหรือคุณภาพไม่ดี
กลิ่นกุหลาบมาจากไหน
กลิ่นที่เรารับรู้เกิดจากสารหอมระเหยที่ดอกกุหลาบสร้างและปล่อยออกสู่อากาศ สารหลายชนิดผสมกันในสัดส่วนต่าง ๆ ทำให้แต่ละพันธุ์มีกลิ่นเฉพาะตัว ตั้งแต่กลิ่นกุหลาบหวานที่คุ้นเคย ไปจนถึงกลิ่นคล้ายชา ผลไม้ หรือเครื่องเทศ
สารที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นกุหลาบมีหลายชนิด เช่น geraniol, citronellol และ 2-phenylethanol ความหอมจึงไม่ได้เกิดจากสารชนิดเดียว และไม่สามารถดูจากสีหรือจำนวนกลีบแล้วบอกได้แน่นอนว่าดอกไหนจะหอมกว่า
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ปี 2015 พบว่าเอนไซม์ RhNUDX1 มีส่วนในกระบวนการสร้าง geraniol ซึ่งเป็นสารหอมชนิดหนึ่งของกุหลาบ การค้นพบนี้ช่วยอธิบายกระบวนการสร้างกลิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่ากลิ่นทั้งหมดถูกควบคุมด้วยสวิตช์ยีนเพียงตัวเดียว
แม้เป็นพันธุ์เดียวกัน กลิ่นที่เรารับรู้ก็อาจต่างกันตามระยะการบานและสภาพแวดล้อม ดอกที่เพิ่งเริ่มเปิดกับดอกที่บานแล้วจึงอาจให้ประสบการณ์การดมที่ต่างกันได้
ทำไมกุหลาบในช่อหลายพันธุ์จึงหอมน้อย
กุหลาบตัดดอกต้องผ่านหลายขั้นตอนก่อนถึงมือผู้รับ ตั้งแต่เก็บเกี่ยว คัดแยก บรรจุ ขนส่ง ไปจนถึงการจัดเป็นช่อ ดอกไม้จึงต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะกับเส้นทางนี้ด้วย
ในการปรับปรุงพันธุ์กุหลาบเชิงพาณิชย์ ผู้พัฒนาพันธุ์ให้ความสำคัญกับรูปทรง สี ก้าน ความต้านทานโรค และอายุปักแจกัน เมื่อความหอมไม่ได้เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก กุหลาบหลายพันธุ์ที่เข้าสู่ตลาดจึงมีกลิ่นอ่อน แม้จะมีรูปลักษณ์และอายุการใช้งานที่เหมาะกับการจัดดอกไม้
อย่างไรก็ตาม กุหลาบตัดดอกก็มีพันธุ์หอมให้เลือก คำว่า “ตัดดอก” บอกถึงการปลูกเพื่อเก็บดอกมาใช้งาน จึงไม่ควรใช้แทนความหมายว่าเป็นกุหลาบไม่หอม
อีกสองปัจจัยที่มีส่วนต่อกลิ่นที่เรารับรู้คือระยะการบานและอุณหภูมิ
ระยะการบาน
กุหลาบตัดดอกมักถูกเก็บก่อนบานเต็มที่ โดยระยะที่เหมาะสมแตกต่างกันตามพันธุ์และวิธีจัดการหลังเก็บเกี่ยว การสร้างและปล่อยสารหอมเปลี่ยนไประหว่างที่ดอกพัฒนา กุหลาบพันธุ์หอมบางพันธุ์จึงอาจได้กลิ่นชัดขึ้นเมื่อกลีบเริ่มเปิด
แต่การบานไม่ได้ทำให้กุหลาบทุกพันธุ์หอม หากพันธุ์นั้นมีกลิ่นอ่อนอยู่แล้ว เมื่อบานก็อาจยังแทบไม่ได้กลิ่นเช่นเดิม
อุณหภูมิ
ความเย็นช่วยชะลอการเสื่อมของดอกไม้ และมีผลต่อการปล่อยสารหอมด้วย กุหลาบที่เพิ่งออกจากห้องเย็นจึงอาจให้กลิ่นต่างจากเมื่อวางในสภาพแวดล้อมที่อุ่นขึ้น
เราไม่จำเป็นต้องเร่งให้ดอกอุ่นหรือวางกลางแดดเพื่อให้ได้กลิ่น ควรดูแลดอกไม้ในที่เย็นสบาย แล้วสังเกตกลิ่นเมื่อดอกค่อย ๆ บานตามธรรมชาติ
ความหอมต้องแลกกับอายุปักแจกันไหม
ความหอมเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ากุหลาบจะอยู่ได้นานแค่ไหน
งานวิจัยของ University of Florida ซึ่งศึกษากุหลาบตัดดอก 12 พันธุ์ โดยครึ่งหนึ่งเป็นพันธุ์ที่จัดว่ามีกลิ่นหอม พบอายุปักแจกันประมาณ 4–12 วัน และไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความแรงของกลิ่นกับอายุปักแจกันในกลุ่มที่ทดลอง
ผลนี้สนับสนุนว่าผู้ปรับปรุงพันธุ์สามารถคัดเลือกทั้งความหอมและอายุการใช้งานไปพร้อมกันได้ จึงไม่ควรสรุปว่าดอกหอมจะเหี่ยวเร็วเสมอ หรือดอกไม่หอมจะทนกว่าเสมอ
ความทนยังขึ้นอยู่กับพันธุ์ สภาพการปลูก ระยะเก็บเกี่ยว การขนส่ง และการดูแลหลังได้รับดอกไม้ หากเคยพบกุหลาบหอมที่อยู่ได้ไม่นาน ประสบการณ์นั้นอาจสะท้อนคุณสมบัติของพันธุ์หรือสภาพดอกชุดนั้น มากกว่าจะอธิบายกุหลาบหอมทั้งหมด
Garden rose ต่างจากกุหลาบตัดดอกอย่างไร
ในวงการจัดดอกไม้ เรามักพบคำว่า garden rose ใช้เรียกกุหลาบที่มีรูปลักษณ์คล้ายกุหลาบสวน เช่น ทรงถ้วย กลีบซ้อนฟู หรือกลีบเรียงเป็นกระจุกเมื่อบาน
กุหลาบลักษณะนี้มีทั้งพันธุ์ที่หอมมาก หอมอ่อน และแทบไม่มีกลิ่น จึงควรสอบถามชื่อพันธุ์ หากความหอมเป็นสิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษ
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ กุหลาบสำหรับปลูกในสวนกับกุหลาบทรงสวนสำหรับงานตัดดอกอาจผ่านการพัฒนามาคนละวัตถุประสงค์ ตัวอย่างเช่น David Austin มีชุดพันธุ์สำหรับงานตัดดอกโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากพันธุ์ที่จำหน่ายเป็นต้นสำหรับปลูกในสวน
ดังนั้น คำว่า garden rose จึงไม่ได้บอกว่าดอกนั้นบอบบางหรือมีอายุปักแจกันสั้นเสมอไป และกุหลาบทรงสวนที่ร้านดอกไม้ใช้ก็เป็นกุหลาบตัดดอกได้เช่นกัน
รู้จักกุหลาบที่มีกลิ่น
หากต้องการกุหลาบหอม ควรเริ่มจากชื่อพันธุ์มากกว่าสีหรือทรงดอก ตัวอย่างที่พบในตลาดดอกไม้มีดังนี้
พันธุ์ | ลักษณะดอกและกลิ่น |
|---|---|
Pink O’Hara | ดอกสีชมพูอ่อน กลีบซ้อน มีกลิ่นกุหลาบเด่น เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบกลิ่นกุหลาบชัด |
White O’Hara | ดอกสีขาวครีมหรือมีชมพูเรื่อบริเวณกลางดอก มีกลิ่นแนวกุหลาบโบราณ |
Juliet ของ David Austin | ดอกสีพีชถึงแอปริคอต ทรงถ้วย มีกลิ่นชาอ่อนมาก เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปทรงและสี โดยไม่ต้องการกลิ่นแรง |
Patience ของ David Austin | ดอกสีครีม กลีบซ้อน ผู้ปลูก Alexandra Farms ระบุกลิ่นกุหลาบโบราณผสมเลมอน และให้ระดับความหอมสูง |
แม้อยู่ในชุดพันธุ์ของผู้พัฒนาเดียวกัน ความหอมก็แตกต่างกันมาก ตัวอย่างเช่น Alexandra Farms ให้ระดับกลิ่น Juliet ที่ 1 จาก 5 และ Patience ที่ 5 จาก 5 จึงไม่ควรใช้คำว่า “English rose” แทนความหมายว่าหอมอ่อนหรือหอมแรงทั้งหมด
ในด้านอายุปักแจกัน ผู้ปลูกรายนี้ระบุ Juliet ไว้ที่ 10 วัน และ Patience ที่ 8 วัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลของแต่ละพันธุ์จากผู้ปลูก ไม่ใช่การรับประกันจำนวนวันที่ดอกไม้จะอยู่ได้หลังถึงบ้าน เพราะสภาพดอกและการดูแลอาจแตกต่างกัน
ถ้าอยากได้ช่อกุหลาบหอม ควรบอกร้านอย่างไร
บอกกับร้านตั้งแต่เริ่มสั่งว่า “อยากได้กุหลาบที่มีกลิ่นหอม” พร้อมแจ้งว่าชอบกลิ่นชัดหรือเพียงอ่อน ๆ และจะนำดอกไม้ไปใช้งานวันไหน
ภาพถ่ายช่วยเลือกสีและรูปทรงได้ แต่ถ่ายทอดกลิ่นไม่ได้ การถามชื่อพันธุ์และลักษณะกลิ่นจึงช่วยให้เลือกได้ตรงใจกว่า หากมีโอกาสดมดอกจริง ก็จะช่วยได้มาก เพราะแต่ละคนรับรู้และชอบกลิ่นต่างกัน
ควรเผื่อทางเลือกเรื่องสีและพันธุ์ไว้ด้วย กุหลาบหอมที่ต้องการอาจไม่ได้มีพร้อมทุกช่วงเวลา และราคาอาจเปลี่ยนตามแหล่งปลูก ฤดูกาล และจำนวนที่สั่ง
สำหรับช่อที่อยากได้ทั้งทรงดอกหลายแบบและกลิ่นหอม สามารถสอบถามร้านเรื่องการผสมพันธุ์ในช่อเดียวกันได้ โดยให้ร้านช่วยเลือกดอกที่เหมาะกับงบประมาณและวันใช้งาน
ดูแลกุหลาบหอมเมื่อได้รับแล้ว
ใช้แจกันสะอาด ตัดก้านใหม่ด้วยอุปกรณ์ที่สะอาด และนำใบส่วนที่อยู่ใต้น้ำออก หากมีอาหารดอกไม้ ให้ใช้ตามสัดส่วนบนบรรจุภัณฑ์
วางดอกไม้ในที่เย็นสบาย ห่างจากแดดโดยตรง แหล่งความร้อน และลมที่เป่าดอกตลอดเวลา ตรวจระดับน้ำทุกวัน และเปลี่ยนน้ำเมื่อเริ่มขุ่น
ควรวางห่างจากผลไม้สุกด้วย เพราะผลไม้บางชนิดปล่อยเอทิลีน ซึ่งอาจเร่งการเสื่อมของกุหลาบพันธุ์ที่ไวต่อก๊าซนี้ ความไวต่อเอทิลีนเป็นคุณสมบัติที่ต้องพิจารณาแยกจากความหอม
เมื่อดอกเริ่มบาน ลองกลับมาดมอีกครั้ง คุณอาจพบว่ากลิ่นเปลี่ยนไปจากวันแรก ทั้งความชัดและรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เคยรับรู้ไม่ถึง
หากกำลังเลือกช่อกุหลาบให้ใครสักคน บอก Sweetflower ได้ว่าความหอมสำคัญกับคุณแค่ไหน พร้อมสอบถามพันธุ์ที่มีสำหรับวันใช้งาน เพื่อให้เราได้ช่วยเลือกทั้งสี รูปทรง และกลิ่นที่เหมาะกับช่อนั้น
แหล่งอ้างอิง
University of Florida: Rose fragrance no influence on vase life, UF researchers find อธิบายผลการศึกษากุหลาบ 12 พันธุ์และความสัมพันธ์ระหว่างกลิ่นกับอายุปักแจกัน
Magnard และคณะ: Biosynthesis of monoterpene scent compounds in roses, Science (2015) งานวิจัยเรื่องบทบาทของ RhNUDX1 ในกระบวนการสร้างสารหอม
David Austin: Our story อธิบายความแตกต่างระหว่างกุหลาบสำหรับสวนและกุหลาบสำหรับงานตัดดอก
Alexandra Farms: Juliet ข้อมูลกลิ่นและอายุปักแจกันของ Juliet
Alexandra Farms: Patience ข้อมูลกลิ่นและอายุปักแจกันของ Patience
Grace Rose Farm: Pink O’Hara และ White O’Hara ข้อมูลลักษณะและกลิ่นจากผู้ปลูก



